Miracle In Cell No.7 (ปาฏิหาริย์ห้องขังหมายเลข 7)

เมื่อปี ค.ศ.2013 มีหนังเกาหลีใต้ที่สร้างปรากฎการณ์ในประเทศเพราะเปลี่ยนเป็นหนังทำเงินเกิดคาดคิด เรื่องราวปาฏิหาริย์ระหว่างพ่อสติไม่สมประกอบที่ติดคุก กลับได้พบกับบุตรสาววัยน่ารักอีกรอบ ใน Miracle in Cell No.7 (ปาฏิหาริย์ห้องขังหมายเลข 7) ผลงานของผู้กำกับ อีฮวานกยอง ซึ่งผสมผสานทั้งหนังเมโลดราม่าเรียกน้ำตา กับหนังตลก และหนังคนคุกขึ้นโรงขึ้นศาล ปะปนกับกลิ่นอายแฟนตาซี และศาสนาคริสต์ในบางฉาก ซึ่งส่งผลให้มีคนดูตีตั๋วหนังชมหนังเรื่องนี้กว่า 12 ล้านใบ ทำเงินในประเทศ 80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แม้จะได้รับเสียงวิจารณ์ก้ำกึ่ง แต่ก็ได้รับการเสนอชื่อและกวาดรางวัลไปไม่น้อยเช่นกัน และด้วยความที่มันเป็นทุนสร้างไม่สูง ไม่มีดาราดัง ทำให้ในบรรดาสิบชั้นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของเกาหลีใต้ มันเป็นหนังที่ทำกำไรสูงที่สุด

 Yedinci Kogustaki Mucize (2019) on IMDb
N/A/10

ตัวอย่าง Miracle in Cell No.7 ฉบับตุรกี

ความนิยมของหนังเรื่องนี้ยังทำให้มันถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมคในหลายประเทศ ได้แก่ อินเดีย, ฟิลิปปินส์ และปัจจุบันคืออินโดนีเซียซึ่งมีกำหนดฉายในปีนี้ แต่ในปี 2019 ที่ผ่านมาเองก็มีฉบับของประเทศตุรกีซึ่งเป็นหนังที่เราจะนำมาเขียนถึงนี้

ฉบับของประเทศตุรกีใช้ชื่อเดียวกันกับของเกาหลี ภายใต้ชื่อภาษาเตอร์กิซว่า 7. Koğuştaki Mucize ผลงานกำกับของ เมเม็ด อดา ออสเตกิน (ซีรี่ส์โทรทัศน์ Tek Yürek ปี 2019) ซึ่งก็แปลงเป็นหนังทำเงินสูงสุดประจำปีที่แล้วของประเทศ ทำรายได้เฉพาะในตุรกีกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

รีวิว Miracle in Cell No.7 (ปาฏิหาริย์ห้องขังหมายเลข 7) ฉบับตุรกีที่ต่างจากเกาหลีใต้ 1เรื่องราวความผูกพันระหว่าง เมโม (Aras Bulut İynemli ดาราชายชื่อดังของตุรกี) พ่อพิการทางสมองกับ โอวา(Nisa Sofiya Aksongur) ที่อุบัติเหตุการเสียชีวิตของบุตรสาวพันโท ผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง ทำให้เขาถูกจับยัดข้อหา และพิพากษาให้มีโทษประหารชีวิต หากการไปอยู่ห้องขังหมายเลข 7 ความบริสุทธิ์ของเมโมที่ถูกมองอย่างน่ารำคาญ ก็ทำให้ผู้นำนักโทษในนั้นเริ่มลดอคติ ต่อมาเมื่อเมโมยังได้ช่วยชีวิตตนเองจากการลอบรังควาน ทำให้เขาหาทางให้โอวามาพบกับผู้เป็นพ่อในเรือนจำได้สำเร็จ

รีวิว Miracle in Cell No.7 (ปาฏิหาริย์ห้องขังหมายเลข 7) ฉบับตุรกีที่ต่างจากเกาหลีใต้ 2แม้จะเป็นการรีเมค แต่ก็ต้องพูดได้ว่ามันมีลีลาและสไตล์การเล่าเรื่องที่ต่างไปจากต้นฉบับโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ต้นฉบับถูกเล่าด้วยลีลาเมโลดราม่าสลับกับฉากตลก ผู้แสดงและวิธีการแสดงถูกออกแบบมาให้ขำกันจริงจัง ฉบับตุรกีกลับเล่าเรื่องด้วยการเร้าอารมณ์แบบหนังดราม่า ปูมหลังเกิดขึ้นในช่วงอดีตที่นานกว่าต้นฉบับ ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนแปลงรายละเอียดหลายอย่าง จนแทบจะกล่าวได้ว่าเป็นการหยิบยืมพล็อต และเรื่องราวของตัวละครหลักจากหนังเรื่องเดิมมาใช้เสียมากกว่า

รีวิว Miracle in Cell No.7 (ปาฏิหาริย์ห้องขังหมายเลข 7) ฉบับตุรกีที่ต่างจากเกาหลีใต้ 3ต้นฉบับนั้นแม้จะทำเงินมหาศาล มีทั้งคนที่ซาบซึ้งเสียน้ำตา รวมทั้งคอหนังเกาหลีบ้านเรา แต่กับผู้เขียนเองมองว่ามีจุดด้อย และความไม่สมเหตุสมผลมากพอสมควร ตัวหนังเองโดดเด่นในพล็อตแบบที่เป็นส่วนผสมของหนังดังๆ แบบ Forrest Gump กับ Shawshank Redemption แต่เล่าแบบหนังตลกเกาหลี หากปัญหาของหนังคือรายละเอียดการเล่าสะเปะสะปะ เต็มไปด้วยความไม่สมเหตุสมผล บุตรสาวตัวเอกมีโอกาสเผ่านาในคุกมากเกินกว่าหนึ่งครั้งด้วยสารพัดวิธีอย่างไม่น่าเชื่อ มีความพยายามหนีออกจากคุกแบบเพ้อฝันถึงขั้นสร้างบอลลูนให้ลอยหนีออกไปแต่ไม่สำเร็จ

รีวิว Miracle in Cell No.7 (ปาฏิหาริย์ห้องขังหมายเลข 7) ฉบับตุรกีที่ต่างจากเกาหลีใต้ 4ฉบับตุรกีแม้จะเล่าไม่สนุกเท่า แต่ก็นับเป็นงานดราม่าที่เรียบง่ายแต่สวยงามกว่าผ่านการแสดงที่สะท้อนความรักของพ่อและบุตรสาวตัวเล็กได้โดยไม่ต้องฟูมฟาย ปรับจากกลิ่นอายของศาสนาคริสต์ เป็นอิสลาม จากเหตุการณ์ในเมืองแปลงเป็นชนบท ที่ถ่ายบรรยากาศภูมิประเทศอันโดดเด่นของตุรกี เปลี่ยนผู้ใช้อำนาจจับตัวเอกเข้าคุกจากนายตำรวจยศสูงเป็นนายทหารยุคที่ประเทศอยู่ใต้การปกครองแบบเผด็จการ และมีเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดราวทศวรรษที่ 1960s โดยมีมุขตลกสอดแทรกไม่มาก

นอกจากนี้ยังมีฉากการเสียชีวิต และการซ้อมนักโทษที่ดูสมจริงและร้ายแรงกว่า โดยยังได้เพิ่มรายละเอียดครอบครัวของตัวเอกให้มียายคอยดูแลโอวาให้ดูสมเหตุสมผลขึ้น กินเวลาที่เกิดขึ้นในคุกน้อยกว่า ไม่มีฉากขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่มีการตัดสลับระหว่างอดีตกับปัจจุบันมากเหมือนต้นฉบับ และตัวละครนักโทษคนอื่นในเรื่องจะมีหน้าที่จนเปลี่ยนแปลงตอนจบต่างจากแบบเดิมของเกาหลีใต้อีกด้วย

รีวิว Miracle in Cell No.7 (ปาฏิหาริย์ห้องขังหมายเลข 7) ฉบับตุรกีที่ต่างจากเกาหลีใต้ 5พูดได้ว่าด้วยกลวิธีดังที่กล่าวถึงแล้วอาจจะถูกใจคอหนังดราม่าของยุโรป มากกว่าสไตล์การเล่าที่มีสีสันแบบเอเชียจากต้นฉบับ ฉบับตุรกีนั้นยังดูมีเหตุมีผลกว่าเพราะเหตุว่าตัดเหตุการณ์บางสิ่งที่ดูไม่สมจริงออกไปค่อนข้างมาก

หากทั้งสองฉบับก็ยังคงสะท้อนสาระเดียวกันนั่นคือปัญหาความไม่ยุติธรรมในประเทศ ที่การใช้อำนาจบาตรใหญ่สั่งการแบบผิดๆ จากคนที่มีตำแหน่งมารังแกคนตัวเล็กๆ ไม่มีทางสู้ให้เปลี่ยนเป็นแพะรับบาปไปนั่นเอง