Lost In Space ทะลุโลกหลุดจักรวาล ซีซั่น 1 และ ซีซั่น 2

ครอบครัว”โรบินสัน” มนุษย์กลุ่มแรกๆที่ผ่านการทดสอบให้เดินทางย้ายถิ่นฐานไปยังดาว Alpha Centauri ด้วยยานอวกาศล้ำที่สุดที่มนุษย์เคยสร้าง ชื่อว่า “เรโซลูท” ภายหลังที่โลกโดนอุกาบาตพุ่งชนจนทำให้บรรยากาศของโลกเปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน

แต่การเดินทางก็ไม่ได้ราบรื่น เมื่อ เรโซลูทถูกเอเลี่ยนโจมตีและลูกเรือต้องหนีตายกันอย่างจ้าละหวั่นโดยใช้ยานเล็กที่เรียกกันว่า “จูปิเตอร์” และยานจูปิเตอร์ของครอบครัวโรบินสันได้ตกลงไปยังสมุทรที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งบนดาวเคราะห์ที่เหมือนโลก

จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ครอบครัวนี้ได้เจอกับหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว และเป็นตัวละครหลักที่สำคัญของเรื่องนี้ จุดนี้อยากให้ไปดูกันเองเพื่อให้ความสนุกนะครับ

หนังไซไฟที่ถ่ายทำดี
 Lost in Space ss1-ss2
Lost in Space ss1-ss2
สิ่งแรกที่เราจะได้เห็นคือคุณภาพการถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพภาพ มุมกล้อง บทตัวละคร รวมทั้งสเปเชียลเอ็ฟเฟ็คที่ทำออกมาได้ดี ดียิ่งกว่าหนังไซไฟหลายๆ เรื่องด้วยซ้ำครับ โดยเฉพาะชุดอวกาศที่ดูกับเนื้อเรื่อง เนื่องจากว่ามนุษย์ยังไม่ได้มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอะไรมากนักในตอนนั้น

โลเคชั่นที่ใช้ในการถ่ายทำดูน่าสนใจ ทั้งฉากสมุทรบนดาวอื่น รวมทั้งฉากหุบเขาบนดาวเคราะห์ที่เหมือนโลก ต้องบอกว่าทำออกมาได้ดียิ่งกว่าที่คิดครับ โปรดักชั่นผ่าน ดูเพลินรีวิว Lost in Space ทะลุโลกหลุดจักรวาล ซีซั่น 1 และ ซีซั่น 2 1

 

อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี
ถือเป็นอีกเรื่องที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็น 4K, HDR(Dolby Vision) และDolby Atmos ถ้าอุปกรณ์ที่เราใช้ดูรองรับ จะสามารถรับชมประสบการณ์ได้สุดกำลัง โดยเฉพาะใครที่ดูผ่านมือถือที่รองรับทั้ง 4K HDR และ Dolby Atmos จะฟินมากครับ

 

คลิเช แต่ดึงดูด ไม่น่าเบื่อ

สไตล์อวกาศ มนุษยชาติ มันก็จะมีจุดคลิเชบ้าง ซึ่งเรื่องนี้เราก็จะเจอเยอะหน่อย เพราะเป็นซีรีส์ยาว แม้กระนั้นมันก็ไม่ได้โอเวอร์ถึงขนาดพาเบื่อเอาได้ครับ แต่ละตอนมีการนำเสนอที่น่าสนใจ คอยดึงความสนใจไม่ให้เราเบื่อ เรียกว่าได้ลุ้นกันแทบทุกตอน

ผมชอบตรงที่บางทีเราก็เดาไม่ออกว่าตัวละครต้องการอะไรกันแน่ ในส่วนนี้ทำให้เราอยากรู้ต่อไปว่า สุดท้ายแล้วมันใช่แบบที่คิดหรือเปล่า ตัวดี ตัวร้ายทำมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

 

อันตราย วิล โรบินสัน…
Lost in Space รีวิว Netflix
วิล โรบินสัน
เพราะว่าแก่นของเรื่องนี้จะมีหุ่นยนต์เป็นแกนสำคัญของเนื้อเรื่องหลัก เราจะได้เห็นเจ้าหุ่นคู่ใจครอบครัวโรบินสันตลอดเรื่อง และมันมีบทที่น่าสนใจ เนื่องมาจากเป็นหุ่นยนต์จากต่างดาวที่แทบไม่พูดเลยทั้งเรื่อง มีอยู่ไม่กี่ประโยคที่เราจะได้ยินจากปากเจ้าหุ่นตัวนี้

แต่เพราะมันไม่พูดนี่แหละ ทำให้ลุ้นว่า แท้จริงแล้วเจ้าหุ่นยนต์นี้คิดอะไรอยู่ มันเป็นเพื่อให้นแท้ของเราจริงไหม หรือมีอะไรแอบแฝงกันแน่ มันสร้างทั้งความหวาดระแวงและความอุ่นใจในเวลาเดียวกัน

ประโยคที่เราจะได้ยินตลอดทั้งเรื่องแน่ๆคือ “อันตราย วิล โรบินสัน” แล้วแอ็คชั่นก็เริ่มขึ้น ณ บัดนาว

Lost in Space จากซีซั่น 1 ไป ซีซั่น 2
เนื่องจากว่าเป็นการรีวิวรวบสองซีซั่น การดำเนินเรื่องของซีรีส์นี้ถือว่าคงเส้นคงวา มีแนวทางที่ถูกวางไว้ว่าจะเป็นซีรีส์หลายซีซั่น ด้วยเป้าหมายเดียวกันคือเดินทางไปยังดาว Alpha Centauri ทำให้การคุมโทนของทั้งสองซีซั่นทำได้ดี และรู้สึกถึงความต่อเนื่องไม่สะดุด โดยเฉพาะยิ่งใครดูแบบยาวจากซีซั่น 1 จะยิ่งดี เป็นอีกอันที่ผมว่าเหมาะกับการใช้เวลาว่างในวันหยุดยาวนั่งดูรวดเดียว

และดูแล้วเป็นได้ว่าเราน่าจะได้เห็นซีซั่น 3 ต่อจากนี้ด้วยเช่นกันครับ แม้ว่า Netflix จะยังไม่รับรอง แต่ดูจากตอนจบแล้วผมคิดว่าน่าจะได้ไปต่อ

เทียบกับสตาร์เทร็ค
เป็นคำถามที่ผู้คนจำนวนมากอาจจะสงสัยว่า ถ้าเทียบสตาร์เทร็คกับเรื่องนี้ล่ะ ต้องบอกว่าแนวทางการนำเสนอรวมทั้งเนื้อหาหลักไปคนละทางเลยครับ สิ่งแรกเลยคือเรื่องนี้ มนุษย์จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานจากเหตุไม่คาดฝัน และพวกเขายังไม่พร้อมที่จะสร้างยานอวกาศที่สามารถเดินทางได้ไกล เพราะยานแม่ที่ใช้เดินทางนั้น สร้างในอวกาศและยังมีความเปราะบางไม่ได้มีการสร้างจากโลกแล้วบินขึ้นไปแบบหนังไซไฟหลายๆเรื่อง พูดง่ายๆว่าความไฮเทคยังห่างไกลสตาร์เทร็คมาก พวกชีลป้องกันอะไรนี่ไม่ต้องกล่าวถึงครับ

นอกจากนั้นแล้ว เนื้องเรื่องของเรื่องนี้จะโฟกัสที่ตัวครอบครัวโรบินสันและหุ่นยนต์ โดยจะเน้นความเกี่ยวข้องระหว่างพวกเขา รวมทั้งจุดหมายในการไปดาว Alpha Centauri ที่แน่ชัด เนื้อเรื่องอาจจะมีการแวะตามดาวต่างๆบ้างด้วยเหตุการณ์ที่จำเป็น ในขณะที่สตาร์เทร็คนั้นจะเป็นการออกสำรวจอวกาศมากกว่า ทำให้เรื่องนี้มีอารมณ์ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดมากกว่า

ด้วยความที่มนุษย์ในเรื่องนี้ยังไม่ไฮเทค อาวุธยุทโธปกรณ์เราก็บ้านๆ ทำให้พวกเขาดูอ่อนแอมาก จำเป็นต้องพึ่งพาหุ่นยนต์เอเลี่ยนนี่แหละครับ ในขณะที่สตาร์เทร็ค เราล้ำหน้ามีอาวุธล้ำๆเพียบ แถมยานก็วาร์ปได้ดั่งใจหวัง ส่วนยานในเรื่องนี้ ถ้าไม่ได้หุ่นยนต์ช่วยคงไม่ต้องคิดจะวาร์ป อันนี้ต้องลองไปดูเอง เพราะมันคือคีย์หนึ่งของเรื่องเลยล่ะ

 

ซีรีส์ไซไฟจาก Netflix ที่ไม่ควรพลาด
ถือว่าเป็นไซไฟแนวอวกาศที่ทำออกมาได้ดีมากๆอันหนึ่งครับ ผมเป็นคนที่ชอบดูไซไฟ​ โดยเฉพาะแนวอวกาศ และเรื่องนี้ดึงความสนใจผมได้ตลอดจนจบ ใครเป็นแฟนไซไฟ เป็นอีกเรื่องที่ควรดูนะครับ ถ้าเป็นได้ดูแบบ 4K HDR จะฟินมากกับความชัดและเอฟเฟคต่างๆ ไม่ผิดหวังแน่ๆ